วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หนุ่มหนอนหนังสือ : ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย The Asshole Survival Guide








เริ่มแรกที่พบหนังสือเล่มนี้ บอกตามตรงเลยครับว่าสะดุดตากับชื่อหนังสือมาก ... ชื่อชวนอ่านมากจริงๆ

หากพูดถึงคำว่า คนเฮงซวย ... ด้วยความหมายของคำนี้ เราย่อมเห็นภาพด้านลบของคนๆ หนึ่งที่อยู่ในความคิดของเรา ซึ่งคนๆ นี้อาจมีผลต่อการดำเนินชีวิตของเราด้วย ... การตัด คนเฮงซวย ออกไปจากชีวิต ไม่ง่ายเลยใช่ไหมครับ อาจเพราะเราและเขายังคงมีความทรงจำระหว่างกัน หรือ เราและเขาอาจมีความจำเป็นบางอย่างที่ยังต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอยู่  ... ถ้ามีปุ่มลบความทรงจำ หรือ มีปุ่มเปลี่ยนแปลงความจำเป็น เราคงรีบกดปุ่มนั้นเลยใช่ไหมครับ

ทางเลือกจึงมีไม่มากนัก ... การหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับ คนที่ไม่โอเค จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราใช้ประนีประนอมในเรื่องของความสัมพันธ์ ... "ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย" จึงช่วยสร้างเป้าหมายของการมีช่วงชีวิตที่สงบสุข ลดสถานการณ์ความทุกข์ที่อาจเกิดขึ้นของการอยู่ร่วมในสังคม เพราะเราต้องเจอทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไปในแต่ละวัน  หนังสือเล่มนี้จึงช่วยให้มองปัญหาที่เราอาจมีกับคนเฮงซวยในมุมใหม่ และสามารถพาตัวเองให้หลุดพ้นจากวัฏจักรที่น่าอึดอัดและเป็นปัญหานั้นได้ง่ายกว่าเดิมมากขึ้น

เนื้อหาปกหลัง : ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย The Asshole Survival Guide
"ไม่ว่าเราจะพยายามหลีกเลี่ยงคนเฮงซวยมากแค่ไหน คนเฮงซวยก็โผล่มาในชีวิตเราได้อยู่ดี โรเบิร์ต ซัตตัน มอบทางออกหลากหลายวิธีที่ทั้งเข้าใจง่าย ระแวดระวัง และทำได้จริง เพื่อการอยู่รอดและเจริญก้าวหน้าในสถานการณ์ที่เจ็บปวดเหล่านั้น งานวิจัยล่าสุดพร้อมด้วยตัวอย่างต่างๆ จากชีวิตจริงที่ทั้งน่าคิดและฮาได้ใจทำให้ ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย เป็นแหล่งข้อมูลที่ไม่มีไม่ได้เลยละ" (เกร็ตเชน รูบิน เจ้าของผลงานหนังสือขายดี The Happiness Project และ Better Than Before)

"หนังสือเล่มนี้ถือเป็นหนังสือคลาสสิกร่วมสมัย เป็นคู่มือที่เปี่ยมชีวิตชีวาและหลักแหลมที่จะช่วยให้เราลดการพบเจอและปกป้องตัวเองจากบรรดาคนงี่เง่า พวกชอบกลั่นแกล้ง พวกอันธพาล และเหล่าเกรียน ที่คอยแต่จะข่มขวัญและดูถูกดูแคลนคนอื่น เรายิ่งต้องการยาถอนพิษจากคนเฮงซวยที่เพ่นพ่านอยู่ในหมู่เรากว่าที่เคย" (แดเนียล เอช. พิงค์ เจ้าของผลงานหนังสือขายดี To Sell Is Human and Drive)

"นี่เป็นคู่มือที่คุณต้องมีไว้เพื่อใชัรับมือบรรดาคนที่แย่ที่สุดในชีวิต และเพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านั้นแพร่เชื้อร้ายใส่คุณด้วย ถ้าคุณเคยมีเจ้านาย ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงานที่เลวร้าย หนังสือเล่มนี้อัดแน่นด้วยคำแนะนำที่ทั้งชาญฉลาดและปฏิบัติได้จริงให้คุณได้นำไปใช้ และต่อให้โลกของคุณจะไม่มีคนงี่เง่าเลยสักคนเดียว ก็มีเล่มนี้ไว้เป็นหลักประกันความสุขก็ได้" (อดัม แกรนด์ นักเขียน New York Times Bestseller ผู้เขียน Give and Take and Originals และผู้ร่วมเขียน Option B)

รีวิวโดยบุ๊คเมท : ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย The Asshole Survival Guide
ตอนแรกก็คิดว่าเป็นหนังสือแปลจะเข้ากับบริบทคนไทยไม่ได้ แต่เห็นกระแสที่แรงมากๆ เลยตัดสินใจซื้อดู ปรากฏว่าชอบมากครับ วิธีการและเนื้อหาสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสังคมเราได้ตรงๆ เลยล่ะ เพิ่งรู้ว่าคำว่าเฮงซวย หรือ Asshole มันเป็นคำสากลที่หมายถึงกลุ่มคนนิสัยลักษณะเดียวกัน ยังไงเราก็ต้องเจอเข้าสักวัน ไม่เราก็เขานี่แหละที่จะเป็นคนเฮงซวยในสายตาคนอื่น

รีวิวโดยสำนักพิมพ์ : ศิลปะการอยู่ร่วมกับคนเฮงซวย The Asshole Survival Guide
อยู่ร่วมกับคนดีๆ ยังต้องมีศิลปะ นับประสาอะไรกับคน "เฮงซวย" ทุกสายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นคนขี้วีน ช่างจิกกัด ชอบกดดัน กลั่นแกล้ง แทงข้างหลัง ฯลฯ พูดรวมๆ คือพวกมีปมที่มีความสุขบนความเจ็บปวดของคนอื่น เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์สุดเซ็งเพราะคนนิสัยแย่ นอกจากความหงุดหงิดตึงเครียดอันเป็นปฏิกิริยาปกติแล้ว เราอาจเกิดความสับสนว้าวุ่นใจและเกิดคำถาม เช่น "เราหรือเขากันแน่นะที่เฮงซวย" "ควรสู้หรือควรหนี" "มีคนเจอเหมือนเราบ้างไหม" "คนอื่นๆ เขาทำยังไง" ฯลฯ ... และนั่นไม่ใช่คำถามไร้สาระเลย อันที่จริงมันช่วยนำไปสู่ทางออกที่สวยงามกับทุกฝ่ายด้วยซ้ำ โรเบิร์ต ไอ. ซัตตัน ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นักเขียนหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ ผู้ได้รับขนานนามว่าเป็น "Mr. Asshole" (ผู้เชี่ยวชาญด้านความเฮงซวย) จะช่วยตอบคำถามสำคัญเหล่านี้

โดยส่วนตัว ผมมองว่า ความน่าสนใจของหนังสือเล่มนี้ คือ การได้เรียนรู้ที่จะประเมินสถานการณ์เฮงซวย ประเมินลักษณะของคนเฮงซวย ประเมินตัวเราเอง ประเมินหาทางสู้และหาทางหนี ประเมินท่าที ... บางทีเราอาจไม่รู้ว่า ตัวเราเองก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา  ใช่เราหรือเปล่าที่เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ และใครบ้างที่เป็นตัวจริงตัวหลอกของสถานการณ์เฮงซวย ... ที่แน่ๆ คือ เราไม่ต้องการเจอกับเหตุการณ์แย่ๆ กับคนแย่ๆ แบบซ้ำๆ ใช่ไหมครับ การที่ได้เรียนรู้วิธีการรับมือและการจัดการกับปัญหาที่เฮงซวย จึงถูกรวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มนี้แล้ว ... ลองหาอ่านกันดูครับ มีจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำและออนไลน์สโตร์ ... ตัดคำหลังทิ้งแล้วขอให้ เฮงๆ ทั้งปี เฮงๆ ต้นปี เฮงๆ ท้ายปี ครับ






หากต้องการค้นหารายการหนังสือเล่มอื่นๆ เพิ่มเติม ...  แวะชม 🕮 ที่นี่นะครับ 

วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Hnoom Book Worm : Talk English like A Native Speaker

TET : Talk English Together




Do you think that English Reading and English Writing are easily than Listening Skill and Speaking Skill ?

If you think you still don't speak English well and you have tried many methods but still make grammar mistakes, still can't speak English fluently, and you still can't pronounce English words correctly.  You can read, but you feel nervous to speak English or too shy to speak English.

I have reviewed this book, the writer said that we have simply used ineffective methods to learn to speak English.  The writer is going to teach you how to learn to speak English like a native speaker by his successful experience that assuring you will find yourself among the most fluent English speaker in six months.

Even I also want to speak English like native speaker, but I have tried until I feel tired to practice English until this book is very challenging me as well.  In this book, >>> Talk English, the writer is showing you how to completely get rid of your accent and develop an American accent or a British accent to speak English like a native speaker in six months. 

This book is designed for intermediate and advanced learners. Beginner learners is encouraged to try it out, because you might very well learn it as quickly as intermediate and advanced learners. 


This book is written in simple English. The instructions are English Step-by-Step and can be easily followed.  The writer assures you can clearly feel his confidence on the effective method to make you speak like a native.  






So, let’s Try and Talk English together for our better English sooooooon.




Book Stores Online ...  Please Visit 🕮 Here 

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หนุ่มหนอนหนังสือ - 51 ศาสตราวุธสู่จุดสูงสุดของชีวิต : 51 Weapons of The Wise

หนุ่มหนอนหนังสือ ... สวัสดีครับ






ในช่วงชีวิตของคนเรา ต่างก็เจอกับสถานการณ์ที่มีทั้ง “ความทุกข์” และ “ความสุข” ...
เวลาที่เราเจอใครสักคนที่ไม่สบายใจ อาจไม่ยากนักที่จะกล่าวให้กำลังใจกับใครคนนั้น ว่า ... “สู้ๆ นะ” ... แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับทุกคนที่จะใช้คำนี้เป็นแรงผลักดันให้ตนเองเผชิญกับปัญหาและฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ดังนั้น การพึ่งตัวเองจึงเป็นสิ่งแรกที่เราควรทำ เราจึงต้องฝึกฝนทั้งสติปัญญาและความเข้มแข็งให้เป็นอาวุธติดตัวไปตลอดทุกที่

การพัฒนาตนเอง เป็นสิ่งที่นำเราไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้น ... เพราะโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เราจึงต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวทันและพร้อมรับมือต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไป 
หนังสืออ่านเพื่อการพัฒนาตัวเอง (Self Developmennt) "51 ศาสตราวุธสู่จุดสูงสุดของชีวิต : 51 Weapons of The Wise" นี้เป็นเล่มแรกที่ "คุณฌอน บูรณะหิรัญ" ได้รวบรวมประสบการณ์จากการดำเนินชีวิต ออกมาเป็นแนวคิดและวิธีการปฏิบัติ จำนวนทั้งสิ้น 51 ประการ เนื้อหาอ่านง่าย และสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้เราสร้างเกราะคุ้มกันให้กับตัวเองและมีความพร้อมในการพัฒนาชีวิตได้อย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน

เนื้อหาของหนังสือเป็นเรื่องของ การพัฒนาตนเอง ใน 4 ด้านด้วยกัน (4S-Parts) ด้านของ ตัวตน” หรือ Self, ด้านของ “สังคม” หรือ Social, ด้านของ “ความสำเร็จ” หรือ Success  และด้านของ “จิตวิญญาณ” หรือ Spiritual ... 
ซึ่งแต่ละด้านมีเทคนิคต่างๆ ที่น่าสนใจ เข้าใจง่าย สามารถเลือกอ่านตามหัวข้อใดก่อนก็ได้ตามความสนใจ ทุกเทคนิคล้วนเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันครับ 
ที่สำคัญนั้น เนื้อหาของหนังสือเป็นแบบ 2 ภาษา (ไทยและอังกฤษ) ทำให้เราได้เรียนรู้ภาษาต่างประเทศไปในตัวด้วยครับ ... 
ลองหาอ่านกันดูนะครับ ... ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า หนังสือเล่มนี้ต้องมีอย่างน้อยเทคนิคใดเทคนิคหนึ่งที่คุณสนใจอย่างแน่นอน







สถานีต่อไป ... #พัฒนากัน












หากต้องการค้นหารายการหนังสือเล่มอื่นๆ เพิ่มเติม ...  แวะชม 🕮 ที่นี่นะครับ 

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หนุ่มหนอนหนังสือ : หลากหลายร้านหนังสือที่เราเลือกมาให้คุณ

หนุ่มหนอนหนังสือ ... สวัสดีครับ


หากท่านใดที่สนใจจะเลือกดูรายการ / รายชื่อหนังสือที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน ทั้งที่อยู่ในร้านหนังสือตามสาขาต่างๆ และในรูปแบบของการจัดจำหน่ายหนังสือแบบออนไลน์ (สั่งซื้อออนไลน์แล้วขอรับบริการโดยการจัดส่งหนังสือตรงถึงบ้านเลย) ... หนุ่มหนอนหนังสือ ได้รวบรวมร้านหนังสือบางแห่งมาให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อกันได้แล้วที่นี่นะครับ

อ่อ ... ผมเห็นบางร้านไม่ได้จำหน่ายหนังสือเพียงอย่างเดียวนะ ...
สินค้าน่าสนใจ อาทิเช่น สินค้าในกลุ่มเครื่องเขียน สินค้าประเภทของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กและขนมที่เป็นของทานเล่น (น่าจะเป็นออพชั่นสำหรับนักอ่านในช่วงเวลาของการอ่าน จะได้เพลินๆ ... เดาเอาจากประสบการณ์ส่วนตัว 😆) และอื่นๆ อีกมากมาย ...

ขอให้มีความสุขกับการอ่าน ได้รับความรู้และความเพลิดเพลินอย่างเต็มที่เลยนะครับ
ขอให้เจอโปรโมชั่นปังๆ กับหนังสือที่ตรงกับความสนใจของท่านด้วยครับ



1.  ร้านหนังสือซีเอ็ดบุ๊คส์ ( SE-ED BOOK CENTER ) ... เข้าไปเลือกหนังสือดูก่อนได้เลยครับ










2.  ร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส์ ( ASIA Books ) ... เข้าไปเลือกหนังสือดูก่อนได้เลยครับ






3.  ร้านหนังสือนายอินทร์ (Naiin Books) ... เข้าไปเลือกหนังสือดูก่อนได้เลยครับ










วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หนุ่มหนอนหนังสือ - ผู้ไร้เสียง : คำยืนยันของ คายตรี จักรวรตี สปีวาก

หนุ่มหนอนหนังสือ ... สวัสดีครับ






ประเด็นหนึ่งในเรื่องของความเท่าเทียมกันของมนุษย์ คือ การมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางสังคม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อถกเถียงกันเรื่อยมาว่า การใช้สิทธิเสรีภาพที่ตนพึงมีในแบบไหนและในระดับใด ที่จะไม่กระทบกระเทือนต่อผู้คนในสังคม

การแสดงสิทธิด้วยการออก “เสียง” ก็เป็นอีกหนึ่งเสรีภาพของการแสดงออกที่ไม่ได้อ้างถึงเพียงแค่เรื่องของระดับความดังที่หนักหรือเบา หรือแม้แต่การลงความเห็นว่าเพียงว่าเพราะหรือเพี้ยน แต่เสียงยังบอกได้ถึงประสบการณ์ที่มากน้อยของบุคคล ตลอดจนการแสดงออกถึงความรู้สึกคับข้องใจต่อบางสิ่งบางอย่างได้อีกด้วย ดังนั้นคนที่ไม่สามารถสื่อความในใจออกมา ก็เปรียบเหมือนเป็น “ผู้ไร้เสียง” ที่มีสิทธิแต่แสดงออกอะไรมิได้



การเปิดกว้างในการแสดงออกทางสังคมในปัจจุบันนี้ ยังคงมีข้อจำกัดบางอย่างที่เราอาจเข้าไม่ถึงและแก้ได้ยาก หนังสือเล่มนี้ “ผู้ไร้เสียง : คำยืนยันของ คายตรีจักรวรตี สปีวาก” จึงได้สะท้อนสิทธิมนุษยชนในการออกสิทธิออกเสียงเพื่อแสดงทัศนคติหรือมุมมองต่อเรื่องราวในสังคมของผู้คนบางกลุ่มที่ไม่สามารถแสดงทรรศนะส่วนตัวตามประสบการณ์ความรู้ที่ตนเองมี  ผู้เขียนยังได้หยิบยกตัวอย่างจากผู้ไร้เสียงบางคนที่ต้องเผชิญกับความกดดันที่ไม่สามารถแสดงออกซึ่งสิทธิในด้านของการเป็นพลเมืองหรือการเป็นเพื่อนร่วมโลกอีกด้วย

แม้เนื้อหาของหนังสืออาจจะหนักแน่นไปในเชิงวิชาการแต่ก็ยังอ้างอิงความเป็นจริงในสังคมปัจจุบันที่เราต่างก็เคยพบมาแล้ว ผมเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มที่น่าสนใจมาก ... อย่างน้อยที่สุดเราก็ได้เข้าใจและเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ของผู้ไร้เสียงที่ครั้งหนึ่งพวกเขาก็ได้พยายามที่จะฟันฝ่าอุปสรรคทางต่างๆ ที่ต้องเผชิญในสังคมเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้องของสิทธิและเสรีภาพ



สารบัญ :

1. "ผู้ไร้เสียง" : บุคคลในสถานะที่ไม่สามารถจะพูดได้
2. เสียงของผู้หญิงผิวสีจากโลกที่สาม ในโลกวิชาการตะวันตก
3. มโนทัศน์ "ผู้ไร้เสียง" : จากอำนวยสู่การลิดรอน
4. "ผู้ไร้เสียง" : ความรู้ที่ถูกปิดทับของโลกที่สาม
5. สารจาก "ผู้ไร้เสียง"


หากต้องการค้นหารายการหนังสือเล่มอื่นๆ เพิ่มเติม ...  แวะชม 🕮 ที่นี่นะครับ 

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หนุ่มหนอนหนังสือ - ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย สิ่งใดเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นดีเสมอ

หนุ่มหนอนหนังสือ ... สวัสดีครับ




เราต่างเคยตั้งคำถามกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นไปตามที่เราคาดคิดไว้ หรือทำให้เราไม่สบายใจ ... ใช่มั้ยครับ !

อาจเป็นเพราะ ใจเราอยากได้เหตุผลดีๆ สักข้อสองข้อ  ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามใจที่เราต้องการ แต่ก็ขอให้ฟังแล้วพอที่จะยอมรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นบ้าง ... อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถให้เหตุผลแก่เราได้ และอาจไม่ใช่ทุกคนที่ถูกฝึกมาให้มองเห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปในทิศทางบวกอยู่เสมอๆ ...

"จิตวิทยาในการทำใจ" จึงเป็นเครื่องมือทางความคิดอันสำคัญ ที่สามารถปรับมุมมองต่อสถานการณ์ให้เรามีความสุขกับชีวิตได้มากขึ้น หากเรารู้จักที่จะขั้นอารมณ์ต่างๆ ทางด้านลบที่กำลังจะมีต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ด้วยสติที่นิ่งและเข้มแข็งพอที่จะบอกกับตัวเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีที่มา ย่อมมีความหมาย ย่อมมีเหตุผลจากการกระทำหรือในสถานการณ์นั้นๆ จิตเราก็จะมีช่วงเวลาในการทำความเข้าใจ มีจังหวะให้เราได้ระงับอารมณ์ด้านลบที่กำลังพลุ่งพล่านในรูปแบบต่างๆ ได้ และเสี้ยวนาทีนั้นเอง ย่อมเป็นโอกาสแห่งการให้อภัยต่อสิ่งรอบข้างและให้อภัยต่อตนเองด้วยเช่นกัน







คุณนิ้วกลม ผู้เขียนหนังสือ “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมาย” มีผลงานที่ติดอันดับ Best Sellers ทางด้านจิตวิทยาและการพัฒนาชีวิตอยู่หลายเล่ม 

เล่มนี้ก็เช่นกัน เนื้อหาของหนังสืออ่านและเข้าใจง่าย เป็นการให้แง่คิดในการดำเนินชีวิตกับเหตุการณ์ของชีวิตที่อาจไม่เป็นไปตามใจเราคาดหวังมาก่อน ... แล้วลองหาความหมายกันดูนะครับ










วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

หนุ่มหนอนหนังสือ - Wish You Were Here ที่นี่ (ไม่) มีเธอ ... อดีตที่กำลังกลับมา

หนุ่มหนอนหนังสือ ... สวัสดีครับ


การจมอยู่กับอดีตจนไม่สามารถจะเริ่มต้นใหม่ได้ มันคงทรมากอยู่ไม่น้อยเลยนะครับ
แต่เมื่อมาถึงจุดๆ หนึ่งที่เราพบว่า การเริ่มต้นใหม่อาจเป็นการเยียวยาบาดแผลในใจเราขึ้นมาได้บ้าง
แล้วเราจะเลือกเริ่มต้นใหม่ไหมครับ ถ้าการเริ่มต้นใหม่ครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นกับอดีตที่เคยทำเราเจ็บ


"Wish You Were Here ที่นี่ (ไม่) มีเธอ" ... นำเสนอเรื่องราวของ หญิงสาว ที่เฝ้าคิดถึงแต่อดีต มีปมแห่งความรักที่ผ่านพ้น ให้จมอยู่กับความรู้สึกผิด จนไม่สามารถเริ่มต้นใหม่กับใครได้ เธอใช้ชีวิตเพียงลำพัง จนกระทั่งได้เจอกับคนทีเป็นรักแรกที่กลับมาขอเริ่มต้นใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 2 ปี ทั่งคู่ต่างก็รู้ว่า รักไหนๆ ก็ไม่ดีเท่ากับรักเก่าที่เคยจากมา

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือภาพที่ว่าด้วยความรักและความสัมพันธ์ของคนหนุ่มสาว สื่อสารผ่านภาพวาดสีพาสเทลสุดน่ารัก แบ่งเรื่องราวเป็นบท เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสาร และเปลี่ยนธีมสีในแต่ละบท ข้อความที่ใช้จะเป็นข้อความสั้นๆ แต่สื่อความหมาย ดูเพียงภาพก็ได้ อ่านข้อความก็ยิ่งเข้าใจได้มากขึ้น

หากบทต่างๆ บนสารบัญของหนังสือเล่มนี้ จะทำให้เรานึกถึงใครสักคนที่เราเคยร่วมใช้เวลามาด้วยกัน
ผมก็อยากแนะนำให้ลองอ่านเรื่องราวของเขาและเธอกันดูครับ ว่าสิ่งต่างๆ มันจะเป็นเพียงแค่ความทรงจำ หรือจะโยงความทรงจำและสานเป็นอนาคตที่ดีกว่าอดีตที่ผ่านมา ...




สารบัญ

บทที่ 1   บทเพลงนั้น
บทที่ 2   การแฟแก้วนั้น
บทที่ 3   สนามหญ้าหน้าบ้าน
บทที่ 4   หนังสือเล่มโปรด
บทที่ 5   อาหารจานโปรด
บทที่ 6   แปรงสีฟันคู่
บทที่ 7   สบู่ก้อนเดิม
บทที่ 8   ช่างผมประจำตัว
บทที่ 9   ตู้เสื้อผ้าสีฟ้าและสีชมพู
บทที่ 10  เตียงที่ว่างเปล่า